World of Tea

greentea

การดื่มชาในญี่ปุ่น

ว่ากันว่าชาถูกนำเข้ามาในญี่ปึ่นครั้งแรกใสช่วงสมัยราชวงศ์ถังของจีน(ค.ศ. 618-907) โดยกลุ่มพระญี่ปุ่นที่เดินทางกลับจากศีกษาศาสนาพุทธในประเทศจีนในปีค.ศ.806 กล่าวกันว่าพระญี่ปุ่นชื่อคูไค เป็นคนแรกที่นำวิธีชงชาจากใบชาเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น และในช่วงเวลาเดียวกันก็เริ่มมีการนำเมล็ดพันธุ์ชามาจากจีนมาเพาะพันธุ์ในวัดที่ญี่ปุ่นอีกด้วย มีหลักฐานปรากฏว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 9

จักรพรรดิซากะเป็นผู้สั่งให้นำเมล็ดพันธุ์ชาเหล่านั้นมาเพาะปลูกในเกียวโตและให้นำผลผลิตใบชามาถวายทุกปี ซึ่งพระองค์และขุนนางในวังได้นำเอาใบชาเหล่านั้นไปใช้เป็นยารักษาโรค แต่ในสมัยนั้นใบชาที่นำเข้าจากจีนและใบชาที่ผลิตเองในญี่ปุ่นยังมีปริมาณไม่มากนัก ทำให้ชากลายเป็นสินค้าราคาสูง สามัญชนไม่สามารถหาซื้อได้ จึงทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาจำกัดอยู่ในวงแค่วัดและพระราชวังเท่านั้น

จนเข้าสู่ช่วงคริสศตวรรษที่ 10 ในช่วงสิ้นสุดราชวงศ์ถัง ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจียก็ยุติลงทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาเลือนหายไปจากญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 พระญี่ปุ่นที่ชื่อ เอไซ เดินทางกลับจากการศึกษาศาสนาพุทธนิกายเซ็นในประเทศจีน และเป็นผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนิกายเซ็นในประเทศญี่ปุ่น ได้นำเอาเมล็ดพันธุ์ชาบางส่วนกลับมาจากประเทศจีนด้วย เพราะว่าชาเป็นองค์ประกอบสำคัญในวิถีชีวิตแบบเซ็น เมื่อกลับมาถึงญี่ปุ่นก็นำเอาชามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ศาสนาด้วย

พระเอไซได้ส่งเสริมให้พระในวัดต่าง ๆ เพาะปลูกชากันอย่างกว้างขวาง และได้แต่งหนังสือที่เล่าถึงคุณสมบัติของชาว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้คนได้รู้ถึงความสำคัญของชา ในยุคสมัยนี้ชาจึงมีความสำคัญในฐานะเครื่องดื่มที่มีความเกี่ยวโยงกับพิธีกรรมและวิถีชีวิตแบบเซ็น และถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเหมือนสมัยที่ชาถูกนำเข้ามาที่ญี่ปุ่นในยุคแรก ๆ อีกด้วย

teapick

ต่อมาการเพาะปลูกชาได้เริ่มแพร่ขยายออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น ทำให้ปริมาณชาที่ผลิตได้เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้หาซื้อได้ง่ายกว่าสมัยก่อน จึงมีผู้นิยมดื่มชาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคนี้ ชาเริ่มเปลี่ยนฐานะจากยารักษาโรคมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสุนทรีย์ของบรรดาขุนนางและชนชั้นสูง จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 วัฒนธรรมการดื่มชาก็ค่อย ๆ แพร่ขยายออกไปจนเป็นที่นิยมในหมู่ซามูไร พระ และคนทั่วไป ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 วัฒนธรรมการดื่มชาเริ่มมีรูปแบบพิธีมากขึ้น ในขณะเดียวกันชาก็กลายเป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นจนมาถึงปัจจุบัน